จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

มาเพาะอาทีเมียร์ ให้ลูกปลาลูกกุ้งกินกัน

มาเพาะอาทีเมียร์ ให้ลูกปลากัน


สืบเนื่องจากมีเพื่อนๆสมาชิกเคย มาขอแบ่งไข่อาทีเมียร์ไป แล้วถามว่าควรเพาะอย่างไร
วันนี้ขอตั้งกระทู้นี้ซักหน่อย หวังว่าคงเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆสมาชิกนะครับ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ตัวอ่อน Artemia (Nauplius) หรือ Baby Brine Shimp นั้นมีคุณประโยชน์มหาศาลแก่ลูกปลาแรกเกิดของเรา เพราะอาทีเมียร์นั้นตัวเล็ก ซึ่งลูกปลาแรกเกิดกินได้ง่าย  ซึ่งมีทั้งโปรตีน ไขมัน และกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็น  เพราะฉะนั้นการให้เจ้าพวก Artemia วัยละอ่อนนี้ แก่ลูกปลา ย่อมน่าจะดีกว่าการให้อาหารชนิดอื่น

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

อุปกรณ์อันดับแรกที่เราจะใช้ก็คือ  ไข่ Artemia กระป๋องครับ  ซึ่งโดยปกติ จะมีอัตราการฟักหลากหลายเปอร์เซนต์มาก   ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป   ในที่นี้ผมแนะนำให้ใช้ 95% ครับ  จะได้ไม่เสียอารมณ์ในการฟักเป็นตัว  


ราคาในพิษณุโลก ที่ผมเคยซื้อก็ประมาณ 120 บาท ประมาณนี้




แนะนำว่า ถ้าซื้อมาเยอะ  ให้แบ่งใส่กระปุกเล็กๆ ออกมาใช้ครับ ส่วนกระปุกใหญ่ให้แช่ตู้เย็นเก็บเอาไว้   เนื่องจากถ้าไข่สัมผัสอากาศบ่อยๆ หรือถูกเปิดปิดบ่อย เปอร์เซนต์การฟักเป็นตัวจะน้อยลง




ขั้นตอนต่อไป  เรามาทำตัวเป่าไข่กันครับ  ต้องเข้าใจ ก่อนว่า โดยปกติเวลาเจ้าพวก Nauplius ฟักเป็นตัว เปลือกไข่เค้าจะลอยขึ้นไปอยู่บนผิวน้ำ ดังนั้นเวลาเราจะทำการเก็บเกี่ยว Nauplius ที่นอนก้น   เราจำเป็นต้องคว่ำขวด ให้ตัวอ่อนค่อยๆ ไหลออกจากวาวล์ปรับ  โดยให้เปลือกไข่ลอยอยู่ข้างบน  ไม่ให้ลงมาปนกับ Nauplius ข้างล่าง

แล้วเราจะทำขวดกันยังไงดีล่ะ    ไม่ยาก  มาดูกันเลยครับ

   เริ่มจากนำขวดน้ำพลาสติกมาตัดก้นออก แล้วหยิบเอาฝาขวดออกมาเจาะรูเพื่อใส่วาวล์ปรับอากาศเข้าไป   แนะนำว่าให้ใช้ตะปูค่อยๆขัน แล้วยัดวาวล์ปรับเข้าไปเรื่อยๆจนแน่น   ห้ามใช้มีดบากฝาเด็ดขาด  เพราะน้ำจะซึมออกมาแน่นอน  ถ้าไม่เข้าใจให้ดูรูป ประกอบครับ







พอเสร็จแล้ว  ให้นำขวดไปเจาะรู  ร้อยเชือก แล้วแขวนครับ  โดยให้ปากขวดชี้ลงพื้นดังรูป



จะสังเกตุได้ว่า ผมเอาไฟมาส่องด้วย   ซึ่งตรงนี้ ยังไม่มีสาระสำคัญอะไร  แต่จะมีผลตอนฟักเป็นตัวนี่แหละ เอาไว้อธิบายทีเดียวครับ

ขั้นตอนต่อไปให้ใส่น้ำประมาณ3ส่วน5 ของขวด  อย่าใส่มากเกินไป เพราะเวลาเปิดลมเข้า น้ำจะกระฉอกออกมา

หลังจากนั้น ให้ใส่เกลือทะเลลงไป 1 ช้อนทานข้าว ประมาณที่เห็นในรูปนี่แหละ



หลังจากใส่เกลือเสร็จ ก็เปิดลมใส่เข้าไปเต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่า Nauplius ที่เกิดมาจะถูกน้ำหมุนจนตาย  เปิดจนน้ำแทบจะเดือดเลยหล่ะ




สุดท้ายก็ใส่ ไข่Artemia ลงไป ใส่จนน้ำเป็นสีออกดำๆ  หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะก็ได้  คราวนี้ก็เป็นอันเสร็จ






วิธีเก็บเกี่ยว

หลังจากที่เราเป่า ไข่ Artemia ทิ้งไว้ 48 ชมแล้ว  ให้ลองกลับมาดูอีกที ( จะ 36 ชม ก็ได้ขึ้นอยู่กับ อุณหภูมิห้องครับ ถ้าอากาศร้อน Nauplius จะฟักตัวเร็ว  ถ้าเย็นก็จะฟักตัวช้า   แต่ไม่ควรเกิน 72 ชม เนื่องจาก Nauplius จะถูกเป่าแหลกหมด)  

2 วัน ไวเหมือนโกหก  จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำระเหยออกไปพอสมควร




คราวนี้ก็ ปิดลมจากสายออกซิเจนครับ  ไม่ให้ลมเข้า เพื่อรอ Nauplius ตกตะกอนประมาณ 15 นาที  ขั้นตอนนี้ไฟสำคัญมาก เนื่องจากเป็นตัวที่ทำให้ Nauplius ตกตะกอนได้เร็วขึ้น




15 นาทีผ่านไปครับ ที่เปิดไฟเพราะว่า อาทีเมียร์ชอบเล่นไฟ เราเปิดไฟไว้ที่ด้านล่างของขวด อาทีเมียร์ก็จะวิ่งลงไปเล่นไฟที่ด้านล่าง ทำให้ตกตะกอนเร็วขึ้น



หลังจากนั้น ให้ปลดสายยางออกจากปั๊มลม  โดยนำมารองไว้ในภาชนะ  เปิดวาลว์ให้ Nauplius ไหลลงมายังภาชนะรับรอง




นำ Nauplius ที่ได้  ไปล้างในน้ำจืดสนิท  ลดความเค็ม  จากนั้นก็นำไปให้ลูกปลาน้อยๆ แรกเกิด ได้แล้วครับ



ถ้าใช้ไม่หมด ตักขึ้นมา pack เพื่อใช้กินในมื้อต่อไปครับ แต่จะไม่สดเหมือนให้กินตอนมันดิ้นๆนะครับ 




ที่มา http://www.mornorfishclub.com/forum.php?mod=viewthread&tid=149&extra=page%3D2

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

เยี่ยมร้านพี่ตึก เครย์ฟิช

วันนี้เราจะมาเยี่ยมชมร้านพี่ตึก เครฟิชกันนะครับ


ที่มา http://www.fish-zone.com/clip-view.php?id=5

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

เทคนิคเลี้ยงปลากระเบนเพื่อการค้า โดย...เอ๋ พระประแดง(ตอน 1)

เทคนิคเลี้ยงปลากระเบนเพื่อการค้า โดย...เอ๋ พระประแดง(ตอน 1)



เอ๋ พระประแดง
    ปลากระเบนสวย งาม เป็นปลาสวยงามอีกชนิดหนึ่งที่เลี้ยงง่าย เพาะขยายพันธุ์ได้ไม่ยากที่สำคัญตลาดทั้งในและต่างประเทศมีความต้องการปลา อย่างต่อเนื่อง และมีราคาซื้อขายต่อตัวอยู่ในระดับสร้างรายได้อย่างน่าพอใจ ทำให้เริ่มมีหลายคนหันมาสนใจอยากเพาะเลี้ยงปลากระเบนสวย งาม ในฐานะที่ผ่านประสบการณ์การเลี้ยง การเพาะขยายพันธ์ปลากระเบนสวยงามมากว่า 10 ปี จึงมีคำแนะนำมาฝากผู้ที่กำลังอยากจะทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลากระเบนสวยงาม อย่างน้อยเพื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆ
     
    อันดับแรกดูเรื่องงบประมาณก่อน ว่ามีงบมากน้อยแค่ไหน สายป่านยาวหรือสั้น เมื่อเช็คงบประมาณของตัวเองแล้ว ก็ให้ไปดูเรื่องสถานที่ ถ้าเป็นสถานที่เช้าอยู่ สัญญาเช่าสั้นๆ แนะนำว่าอย่าทำเป็นฟาร์มเลย เพราะการทำฟาร์มปลากระเบนต้องใช้ระยะเวลา ยิ่งระยะเวลายาวนานเท่าไหร่ ยิ่งคืนทุน ได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น เพราะปลากระเบนหากเราเลี้ยงตั้งแต่ปลาไซต์เล็กๆ ต้องใช้เวลา 1-2 ปี จึงจะผสมพันธุ์ให้ลูกปลา ฉะนั้น ถ้าเป็นพื้นที่เช้าระยะสั้นๆ ควรคิดให้รอบคอบ
 
     เมื่อสำรวจรวจแล้ว สมมุติว่ามีความพร้อมในทุกๆ ด้าน บ้านไม่ต้องเช่า มีพื้นที่เหลือใช้ประโยชน์เพียงพอสร้างบ่อไม่ต้องบ่อใหญ่มากก็ได้ เอาให้พอดีๆ กับกำลังทุน และกำลังแรง เริ่มต้นแนะให้ไปคุยกับผู้รู้ ใครก็ได้ที่คุณมั่นใจว่ารู้จริงเรื่องปลากระเบน เป็นคนมีประสบการณ์จริงๆ ทำปลากระเบนมายาวนาน ปัจจุบันก็ยังทำอยู่ ไปคุยขอข้อมูลจากคนๆ นั้น ใช้เวลาหาข้อมูลให้ชัวร์ที่สุด เสร็จแล้วมาคำนวณเรื่องงบประมาณ ถ้ามีเงินทุนมากพอ ย้ำว่ามากพอ แนะให้เริ่มต้นกับปลาสายพันธุ์แพงๆ เลย พวกปลาดำ ที่แนะนำแบบนี้ก็เพราะว่า การเลี้ยงปลาถูก กับปลาแพง ใช้ระยะเวลา ใช้งบประมาณดูแลไม่ต่างกันมากนัก แต่ผลลัพธ์ในแง่ของรายได้ต่างกันมากระหว่างปลาสายธรรมดา กับปลาสายแพงๆ เพียงแต่ต้นทุนพ่อ-แม่พันธุ์ที่เราต้องลงไปสำหรับปลาสายแพงๆ จะสูงมาก พ่อ-แม่พันธุ์หนึ่งคู่สำหรับปลาสายแพงๆ อย่างโพกาดอท อาจซ้อพ่อ-แม่พันธุ์ปลาสายธรรมดา อย่างโมโตโร่ได้เป็น 10 คู่ แต่เวลาลูกปลาออกมา โพกาดอทขายได้ราคาสูงกว่าโมโตโร่ 10 เท่าตัว ทำให้คุ้มทุนไว แต่ต้องสำหรับคนมีงบประมาณถึงเท่านั้นที่ควรทำแบบนี้

เพื่อนๆชาว Blogger ติดตามชม คุณเอ๋พระประแดงได้ที่ www.fish-zone.com ได้เลยนะครับ หรือจะทาง Blogger ของผมก็ได้ มีข่าวสารอัพเดทผมจะรีบนำมาเผยแพร่ให้เพื่อนๆชาว Blogger ได้ติดตามชมกัน

ทีมา http://www.fish-zone.com/view.php?id=46
 

สิ่งที่หลายคนอยากรู้...งานประกวดกุ้งเรดบี

สิ่งที่หลายคนอยากรู้...งานประกวดกุ้งเรดบี


คุณเกี๊ยว อความาร์ท
 
 
       เป็นข่าวดีสำหรับผู้รักกุ้งเรดบีจริง ๆ ที่ในปีนี้จะมีงานประกวดกุ้งเรดบีเกิดขึ้นในบ้านเรา หลังจากที่วงการกุ้งเรดบีบ้านเราว่างเว้นจากงานประกวดมายาวนาน และที่สำคัญการประกวดครั้งนี้ยังเป็นงานประกวดระดับอินเตอร์ เปิดโอกาสให้นักเลี้ยงกุ้งทั้งไทยและต่างประเทศร่วมประกวดได้ ถือเป็นครั้งแรกในบ้านเรา โดยงานประกวดครั้งนี้ใช้ชื่องานว่า 1 st International shrimp contest”
 
       งานสำคัญ และน่าสนใจอย่างนี้ FZ. ต้องนำเสนอรายละเอียดกันแบบล่วงหน้ากันหน่อย เพื่อให้ผู้เลี้ยงกุ้งเรดบีได้มีเวลาเตรียมตัว เตรียมกุ้งให้พร้อมร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งผู้ที่จะให้รายละเอียดของงาน “1 st International shrimp contest” นี้ ได้ดีที่สุดต้องเป็นคนนี้เท่านั้นคุณวัฒนชัย จีนารักษ์ หรือ คุณเกี๊ยว ผู้บริหารร้าน Aquamarts แกนนำสำคัญของการจัดงาน ไปติดตามรายละเอียดของงานผ่านบทสัมภาษณ์ของคุณเกี๊ยวกันเลย
 
แนวคิดที่มาของการจัดงาน
 
     งานนี้เกิดขึ้นมาจาก ความอยากเห็นวงการกุ้งเรดบีในบ้านเรามีกิจกรรมงานประกวดขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้เพื่อน ๆ ผู้เลี้ยง ผู้เพาะ ได้นำกุ้งมาโชว์ความสวย อวดความสามารถในการเลี้ยง การเพาะพันธุ์ ได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์กัน เมื่อมีกิจกรรมเกิดขึ้น มีการมาร่วมกิจกรรมก็จะช่วยให่วงการกุ้งเรดบีบ้านเราตื่นตัวมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดงานครั้งนี้ขึ้น
 
งานนี้มีความพิเศษอย่างไร
 
       ที่ผ่านมาเราเคยมีการจัดประกวดกุ้งเรดบีมาบ้างแล้ว แต่เป็นการจัดเฉพาะกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงภายในประเทศ แต่ในงานประกวดครั้งนี้ เราเปิดโอกาสให้ผู้เพาะเลี้ยงชาวต่างชาติร่วมประกวดได้ด้วยจึงเป็นที่มาของ ชื่องานที่ว่า1st International shrimp contest” เหตุผล ที่จัดเป็นงาน International ก็เพราะเราต้องการให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก ได้เห็นความสามารถของผู้เพาะเลี้ยงกุ้งบ้านเรา และเราเองก็จะได้เห็นความสามารถของผู้เพาะเลี้ยงชาวต่างชาติ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงกุ้งของเราใน อนาคต
 
รูปแบบของงานนี้
 
         ก่อนอื่นต้องบอกว่า ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาในการเตรียมตัว ทำให้งานในไปนี้อาจจะจัดได้ไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ในงานประกวดครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งเราตั้งใจว่าจะจัดขึ้นทุกปี จะพัฒนาความสมบูรณ์แบบในการงานให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ สำหรับรูปแบบของงานในครั้งนี้นั้น
 
       โดยรูปแบบของงาน ทางกองประกวดจะอำนวยความสะดวกในเรื่องของสถานที่ และตู้สำหรับประกวดกุ้งไว้ให้พร้อมทุกอย่าง ผู้เข้าประกวดเพียงแต่นำกุ้งมา โดยไม่ต้องนำอุปกรณ์ใด ๆ มาด้วย เราจัดเตรียมให้พร้อม ซึ่งทางกองประกวดจะทำการเซ็ตตู้ก่อนการประกวดล่วงหน้า 2 อาทิตย์ เพื่อให้ตู้อยู่ในสภาพเหมาะสม และปลอดภัยต่อกุ้งที่สุด ขนาดตู้ที่เซ็ตไว้ให้เป็นขนาดความจุน้ำ 30 ลิตร
 
          โดยกิจกรรมในส่วนของการประกวด เราจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของการตัดสิน กับส่วนของ การรับรางวัลและโชว์กุ้งให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสความสวยงามของกุ้ง ซึ่ง 2 ส่วนนี้จะจัดขึ้นคนละวัน
 
วัน-เวลา การประกวด และการส่งกุ้งเข้าร่วมงาน
 
         งานอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2555 แต่อย่างที่ได้กล่าวไปว่า การจัดงานเราจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของการตัดสิน กับส่วนของ การรับรางวัลและโชว์กุ้ง ซึ่ง 2 ส่วนนี้จะจัดขึ้นคนละวันนั้น ในวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2555 จะเป็นในส่วนที่ 2 คือ การรับรางวัลที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 จากนั้นถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 กุ้งจะถูกโชว์ไว้ในงานเพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสความสวยของกุ้ง
 
         ดังนั้น สำหรับผู้สนใจจะเข้าร่วมประกวด เราจึงกำหนดว่า ท่านจะต้องนำกุ้งมาปล่อยลงตู้ที่ทางกองประกวดจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนวัน ตัดสินอย่างน้อย 5 วัน เพื่อให้กุ้งปรับสภาพเข้ากับระบบจนสามารถแสดงศักยภาพความสวยงามของตัวเองออก มาได้อย่างเต็มที่
 
ประเภทกุ้งส่งเข้าประกวด
 
         สำหรับงานครั้งนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาการเตรียมตัวที่ค่อนข้างกระชั้น เราจึงเปิดรับประกวดในรูปแบบ open Red bee shrimp  และ open Black bee shrimp  โดยกำหนดขนาดของกุ้งที่เข้าร่วมประกวดไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 1.5 ซม. ซึ่งในการประกวดครั้งต่อไป เราอาจจัดประเภทการประกวดให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้
 
การตัดสินคณะกรรมการ และเกณฑ์การให้คะแนน
 
        เป็นรูปแบบการตัดสินที่เราคิดขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งคะแนนการตัดสินจะมาจาก 2 ส่วน คือ จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะนำโดยกรรมการจากญี่ปุ่น และคะแนนอีกส่วนหนึ่งจะมาจากผลโหวตของผู้เข้าชมงาน 100 ท่านแรก
 
          โดยเกณฑ์การให้คะแนน จะมีรายละเอียดในการให้คะแนน แบ่งเป็นห้วข้อต่าง ๆ  ตามนี้
 
         body and size 20%, red or black color 20%, white color 20 %, impression and pattern 20% และ leg 20% ซึ่งเป็นรายละเอียดที่เราคิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งเห็นว่าเราจะให้คะแนนแต่ละจุดเท่า ๆ กัน เพื่อให้กุ้งทุกแบบ ทุกสาย มีคะแนนที่สมดุลกัน และยังมีคะแนนอีกส่วนหนึ่งที่มากจากผลโหวตของผู้เข้าชมงาน 100 ท่านแรก เราจะเอาคะแนนโหวตที่ได้มาหาค่าเฉลี่ยแล้วนำไปร่วมกับคะแนนของคณะกรรมการ เพื่อให้ได้เป็นคะแนนรวมออกมา ซึ่งวิธีการคิดคะแนนรวมนั้นเราจะมีวิธีการคิดที่ละเอียดเป็นธรรมอย่างแน่นอน
 
จำนวนกุ้งที่ส่งได้ และค่าใช้จ่ายในการประกวด
 
     เรามีข้อกำหนดไว้ว่า ผู้เข้าร่วมประกวด 1 ท่าน สามารถส่งกุ้งได้ไม่เกิน 3 ตัวต่อตู้ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกวดมากขึ้น ในกรณีที่กุ้งตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา ปรับตัวเข้ากับสภาพตู้ไม่ได้ ไม่สามารถแสดงความสวยงามออกมาได้อย่างเต็มที่ ก็ยังมีกุ้งตัวอื่น ๆ ไว้สำรอง โดยคณะกรรมการจะให้คะแนนกับกุ้งตัวที่สวยสมบูรณ์ที่สุด สำหรับค่าสมัครกำหนดไว้ที่ 500 บาทต่อ 1 ท่าน
 
วันรับประกวด และสถานที่รับสมัครส่งกุ้งประกวด
 
        เราเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และไม่มีการรับสมัครที่หน้างาน โดยผู้สนใจสมัครได้ที่ร้าน Aquamarts ร้าน Atlantis Atlantis ทั้ง 2 สาขา และร้านที่มีป้ายสัญลักษณ์การประกวด หรือสามารถโทรสอบถามได้ที่ 0836988444 หรือ ที่ E-mail : aquamarts@yahoo.co.th
 
รางวัลสำหรับผู้ชนะ
 
       สำหรับในปีนี้  รางวัลของเรายังมีไม่มากสักเท่าไหร่ แต่ในปีต่อ ๆ ไปเราจะเพิ่มรางวัลเข้ามาให้มากขึ้น โดยรางวัลที่เราจัดเตรียมไว้ ดังนี้
      - grand champion   เงินรางวัล 10000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล  ใบประกาศ และของรางวัลอื่น ๆ
      - gold prize เงินรางวัล 5000 บาท   ใบประกาศ และของรางวัลอื่นๆ
      - silver prize เงินรางวัล 3000 บาท   ใบประกาศ และของรางวัลอื่นๆ
      -  blond prize เงินรางวัล 1000 บาท   ใบประกาศ และของรางวัลอื่นๆ 
 
การสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าประกวด
 
       ผู้ร่วมจัดงานทุก ๆ คน ต่างก็เป็นคนชกุ้งเรดบี ตัวผมเองก็มีประสบการณ์เลี้ยงกุ้งเรดบี และมีประสบการณ์ดูแลกุ้งเรดบีมานับหมื่นตัว จนรู้ดี ว่ากุ้งเรดบีต้องการอะไร อะไรเป็นความเสี่ยงต่อกุ้ง กุ้งชอบสภาพน้ำ สภาพแวดล้อมแบบไหน และที่สำคัญผมรักกุ้งเรดบีไม่น้อยไปกว่าใคร ฉะนั้นเราจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด กำจัดจุดเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อตัวกุ้งให้ดีที่สุด แน่นอนว่าเราคงรับประกัน 100 % ไม่ได้ว่าจะไม่เกิดความสูญเสีย แต่เราจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้น
 
      ตู้ที่เราเซ็ตขึ้นจะใช้ดิน Benibachi Black soil  และ ปรับแร่ธาตุ PH 5.5-6.0  GH 4-6  Tds 170-200 ระบบกรองใต้กรวด ซึ่งเราจะเซ็ตให้ค่าต่าง ๆ ของน้ำอยู่ในระดับกลาง ๆ เพื่อให้กุ้งของทุกคนสามารถปรับตัวอยู่ได้ และตู้ขนาดความจุน้ำ 30 ลิตร ต่อกุ้ง 3 ตัวถือว่ามีความเสี่ยงต่อกุ้งน้อยอย่างมาก
 
กระแสตอบรับ
 
        มีความสนใจเข้ามาเยอะ โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ เพราะงานนี้เราเปิดกว้าง มีการสอบถามขอข้อมูลกันมาก แต่เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนมาร่วมเยอะ ๆ แม้เราจะเตรียมตู้ไว้ให้พร้อมอย่างไม่จำกัดจำนวนก็ตาม เพราะด้วยเวลาที่กระชั้นเข้ามาอาจทำให้ผู้สนใจเตรียมตัว เตรียมกุ้งไม่ทัน แต่ในครั้งต่อไปเราจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมกว่าครั้งนี้อย่างนอน
 
       ส่วนกระแสในบ้านเราก็มีความสนใจกันเยอะเช่นกัน แต่ก็ติดที่ว่า บางท่านยังกังวลเรื่อง ความปลอดภัยของกุ้ง ซึ่งตรงนี้ผมขอบอกว่าทางกองประกวด จะจัดเตรียมทุกอย่างให้ดีที่สุด ซึ่งในประเด็นความกังวลต่าง ๆ นี้ ผมอยากจะฝากให้ลองคิดในอีกมุมหนึ่งว่า ถ้าทุกคนกลัวจนไม่มีใครกล้าร่วมประกวด วงการกุ้งเรดบีก็จะพัฒนาไปอย่างช้า ๆ หรือ หยุดนิ่งอยู่กับที่ การตื่นตัวของวงการก็จะไม่มี แต่ถ้าทุกคนมาร่วมกันมันจะช่วยให้วงการคึกคักได้แน่นอน ผลดีจะตกอยู่กับทุก ๆ คน สำหรับผู้จัดงานเองก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะดูแลกุ้งของผู้เข้าประกวดทุกคนให้ดีที่สุด
 
นอกจากการประกวดกุ้งแล้ว มีกิจกรรมพิเศษอะไรอีกบ้าง
 
       ในวันงานนอกจากจะได้ชมกุ้งประกวดแล้ว ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างให้ได้ร่วมสนุกกัน มีสินค้ากุ้งเรดบีราคาพิเศษจำหน่าย มีการให้ความรู้เกี่ยวกับกุ้งเรดบี โดยบรีดเดอร์จากญี่ปุ่น และหลังจากเสร็จงานแล้ว เราจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประกวดขายกุ้งภายในงาน ให้กับผู้ที่สนใจจะซื้อไปเลี้ยง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องนำกุ้งกลับ หรืออาจจะมีการประมูลกุ้งเกิดขึ้นในวันนั้นก็เป็นได้
 
        และนี่ก็เป็นข้อมูลเกี่ยวกับงาน “1 st International shrimp contest” จาก คุณวัฒนชัย จีนารักษ์ หรือคุณเกี๊ยว แห่งร้าน Aquamarts เมื่อมีกิจกรรมสำหรับกุ้งเรดบีเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างนี้แล้ว ก็หวังว่าจะได้รับความสนใจจากผู้นิยมกุ้งเรดบีร่วมส่งกุ้งประกวดและมาร่วม งานกันอย่างเยอะ ๆ ชนิดที่ว่า คนแวดวงอื่นเห็นแล้วเกิดความประทับใจในกุ้งเรดบีและอยากเลี้ยงกุ้งตัวจิ๋ว ๆ แต่น่ารักโคตร ๆ นี้กันบ้าง
 
        ก่อนถึงงานประกวด FZ.จะติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับงานนี้มานำเสนอเป็นระยะ ๆ ท่านสามารถอัพเดตข่าวสารงานนี้ได้ที่ www.fish-zone.com 

ที่มา http://www.fish-zone.com/view.php?id=70

ถ้ามีข่าวสารจากทาง www.fish-zone.com ผมจะรีบนำมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ชาว Blogger ได้ติดตามชม

บุรุษผู้เป็นตำนานแห่งวงการกุ้ง Red Bee เมืองไทย (ตอนที่ 4)

บุรุษผู้เป็นตำนานแห่งวงการกุ้ง Red Bee เมืองไทย (ตอนที่ 4)


กลับมาติดตามเรื่องราวของบุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นตำนานแห่งวงการกุ้งเรดบีเมืองไทย "พี่บวร เรดบี"  ในตอนที่ 4  เรื่องราวในตอนนี้จะน่าสนใจอย่างไร ขอเชิญติดตาม
 
พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ แต่ไม่ขอเป็นศัตรูใคร
 
“ที่ ผ่านมาผมไม่เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับไหนเลย สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะผมค่อนข้างห่วงใยความรู้สึกของเพื่อนๆ ทุกคนในแวดวงผู้เลี้ยงกุ้ง เพราะผมกลัวว่า คำสัมภาษณ์บางคำ อาจมีผลกระทบกับคนอื่นๆ ได้ เช่น การแนะนำวัสดุ หรือ อุปกรณ์การเลี้ยงกุ้งของผม อาจมีผลกระทบทั้งดีและลบด้านการตลาดกับผู้ค้าต่างๆ  ซึ่งผู้ค้าทุกคน ทุกเจ้า รู้จักเป็นเพื่อนกับผมทั้งนั้น คนที่รู้จักผมดีจะรู้ว่าถ้าให้ผมแนะนำการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ผ่านสื่อ หรือ กระทู้สาธารณะผมจะไม่แนะนำแบบเจาะจงยี่ห้อ แต่ถ้าได้มีโอกาสพูดคุยเป็นการส่วนตัวผมยินดีให้ความรู้ นำประสบการณ์ส่วนตัวมาแนะนำโดยไม่ปิดบัง”
 
“ผม อยากจะบอกว่าวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะแบรนด์อะไร ดีหมด แต่คนซื้อไปใช้จะต้องรู้คุณสมบัติของสินค้านั้นๆ ว่ามีคุณสมบัติ หรือ วิธีการใช้อย่างไร เช่น ดินลองพื้นตู้ เราต้องทำความเข้าใจด้วยว่าดินแต่ละยี่ห้อมันมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทำปฏิกิริยากับน้ำต่างกัน ดินบางยี่ห้อผลิตมาเพื่อใช้กับน้ำกรองธรรมดา แต่ดินบางยี่ห้อต้องใช้กับน้ำ RO ค่าน้ำจึงมีความเหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้ง แต่ที่ผ่านมาคนเลี้ยงกุ้งบ้านเราไม่ได้ตระหนักถึงจุดนี้ ผลก็คือทำให้ระบบตู้ล่ม กุ้งตายเป็นเบือ และสุดท้ายก็ไปโทษตัวสินค้า มีการโจมตีสินค้ากัน มีการโกรธเคืองฟ้องร้องกัน แตกแยก ขาดความสามัคคีกัน ซึ่งมันจะทำให้วงการตกต่ำได้”
 
“การ ให้สัทภาษณ์กับ FZ.ก็เพราะผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะนำเอาประสบการณ์ ความรู้ที่สั่งสมมาหลายปี เผยแพร่ให้กับคนรักกุ้งเรดบีทุกคน ได้มีแนวทางให้เดินตาม ไม่ต้องหลงทิศเดินไปผิดทาง ผมมองว่าที่ผ่านมามีหลายคนต้องสูญเสียทั้งเงิน และเวลาแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง หลายคนต้องหมดเงินเป็นหมื่น เป็นแสนกับเรื่องของตู้ และระบบ หลายคนต้องใช้เวลาเก็บสะสมเงินหลายปี เพื่อนำมาซื้อกุ้ง หลายคนขอเงินพ่อ แม่มาซื้อกุ้ง แต่กุ้งก็ตาย เพราะขาดประสบการณ์ ขาดการแนะนำที่ถูกต้อง  ผมเองเคยผ่านประสบการณ์ความล้มเหลวมาก่อน จนวันนี้ถือได้ว่าเดินมาถูกทางแล้ว จึงอยากนำประสบการณ์มาบอกเล่าสู่กัน”
 
ฝากเตือนจากใจ มือใหม่ต้องสั่งสมประสบการณ์
 
“สิ่ง ที่ผมย้ำเตือนกับทุกๆ คนที่ได้พูดคุยกัน ไม่ว่าจะช่องทางไหนคือ เรื่องประสบการณ์ ผมขอย้ำอีกครั้งเลยว่า ใครก็ตามที่คิดจะเลี้ยงกุ้งเรดบี หรือ เพิ่งเริ่มต้นเลี้ยง ประสบการณ์สำคัญที่สุด ทุกวันนี้ผมจะขายกุ้งให้ใครสักคน ผมจะเลือกลูกค้าที่มีประสบการณ์ ผมจะสัมภาษณ์ลูกค้าที่ต้องการซื้อกุ้งผมว่า เคยมีประสบการณ์เลี้ยงกุ้งมาแล้วกี่ปี เคยผ่านอะไรมาบ้าง ถ้าไม่มีประสบการณ์ หรือ ยังมีประสบการณ์น้อยๆ ผมจะไม่ขายกุ้งให้ ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่ผมต้องการให้กุ้งของผมไปอยู่ในมือคนเลี้ยงที่มีประสบการณ์ เลี้ยงอย่างเข้าถึง เข้าใจ เลี้ยงแล้วกุ้งมีโอกาสรอดปลอดภัยสูง ผมไม่สนใจตัวเงินหรอก ผมให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของกุ้งมากกว่า ถ้าต้องการซื้อกุ้งผม แต่ยังไม่มีประสบการณ์ มาเลยครับ มาหาผม มานั่งคุยกัน ผมยินดีสอนทุกอย่าง มาเป็นเพื่อนกันก่อน เรื่องกุ้งใจเย็นๆ ผมไม่ต้องการให้คนที่ซื้อกุ้งไปเลี้ยงเจอประสบการณ์ซื้อกุ้งแพงๆ ไปเลี้ยงแล้วกุ้งตาย สุดท้ายเดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด”
 
“สำหรับ นักเลี้ยงมือใหม่แนะนำให้เริ่มต้นจากกุ้งเรดบีเกรดธรรมดาที่สุดก่อน ไม่ต้องสนใจกระแสว่าต้องเลี้ยงกุ้งเรดบีเกรดสูงๆ ขอให้มั่นใจตัวเอง ตั้งแนวคิดว่าภายในกี่วัน กี่เดือน หรือ กี่ปี เราจะต้องเป็นนักเลี้ยงกุ้งเรดบีที่ประสบความสำเร็จให้ได้  และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เริ่มจากซื้อกุ้งเรดบีเกรดต่ำๆ ราคาไม่แพงมาเลี้ยงเอาประสบการณ์ ศึกษาเรียนรู้วงจรชีวิต พฤติกรรมของกุ้ง ถ้าเกิดความสูญเสียจะได้ไม่ท้อมากนัก  แต่ถ้าเริ่มจากกุ้เราคาแพงๆ สูญเสียขึ้นมาแล้วจะท้อได้ง่าย หมดกำลังใจ ในที่สุดก็มองภาพเรคบีไม่ดี ผมไม่อยากให้เกิดความรู้สึกนั้นขึ้น”
 
“บางคน เริ่มต้นด้วยตู้ขนาดใหญ่ ลงทุนติดตั้งอุปกรณ์อย่างดี ซื้อกุ้งเป็นฝูง สุดท้ายกุ้งตายหมด เพราะอะไร เพราะขาดประสบการณ์ ผมขอย้ำว่า เริ่มแรกไม่ต้องตู้ใหญ่โตหรอก ตู้เล็กๆ ติดตั้งระบบเล็กๆ เหมาะสมกับตู้ ซื้อกุ้งราคาไม่แพง ตู้ใบนั้นก็ดูสวยงามได้ มันขึ้นอยู่กับใจเรา ความคิดของเราเองการไปเริ่มต้นด้วยกุ้งเกรดสูงๆ ราคาแพงๆ มันสร้างความเครียดให้กับผู้เลี้ยง ยิ่งผู้เลี้ยงมีประสบการณ์น้อยๆ ยิ่งอันตรายมาก เพราะไม่เข้าใจเกี่ยวกับวงจรชีวิตของกุ้งดีพอ ยังไม่รู้ความต้องการของกุ้ง กุ้งเรดบีแค่ค่า pH เปลี่ยนเล็กน้อยกุ้งก็ตายได้”
 
ดิน กับ น้ำ ความสัมพันธ์ ที่สำคัญ แต่หลายคนมองข้าม
 
“ปัจจัย หลักๆ ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของกุ้งเรดบี จากประสบการณ์ของผมมีอยู่ 5 ปัจจัยคือ น้ำ, ดิน, ระบบการทำความเย็น, ค่า pH และระบบกรอง ถ้า 5 อย่างนี้สมบูรณ์กุ้งเรดบีจะอยู่กันอย่างมีความสุข ผสมพันธุ์ออกลูกให้ผู้เลี้ยงได้ภูมิใจ ซึ่งใน 5 ปัจจัยที่ยกมานี้ มีอยู่ 2 ปัจจัยที่ผมอยากพูดถึงเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ แต่นักเลี้ยงกุ้งหลายคนมองข้าม ส่งผลให้ระบบตู้ล่ม กุ้งตาย นั่นก็คือ เรื่องความสำพันธ์กันระหว่าง น้ำ กับ ดิน”
 
“ดิน ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบตู้เลี้ยงกุ้งเรดบี ดินมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าน้ำ ความเข้าใจผิดๆ ของผู้เลี้ยงกุ้งเรดบีที่มีผลต่อระบบตู้เลี้ยงล่มก็คือ เข้าใจว่าดินทุกชนิดสามารถนำมาใช้กับน้ำประเภทใดก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ผมขอบอกเลยว่า ปัจจุบันมีดินให้เลือกใช้หลายชนิด หลายยี่ห้อ ผู้ซื้อจะต้องศึกษาด้วยว่าดินชนิดที่ซื้อมานั้น เหมาะกับน้ำประเภทใด หลายคนยังยึดติดว่า ดิน ไม่ว่าจะยี่ห้อใดต้องใช้กับน้ำ RO ซึ่งไม่เป็นความจริง ดินบางยี่ห้อ เมื่อนำมาใช้กับน้ำ RO ทำให้ค่า pH แกว่งไม่เหมาะกับการเลี้ยงกุ้ง แต่หลายคนไม่รู้ คิดว่าการที่ค่า pH เปลี่ยนเป็นผลมาจากสาเหตุอื่น ดังนั้นขอให้จำไว้ว่า ดินจะต้องสัมพันธ์กับน้ำ จึงจะทำให้ค่าpH อยู่ในระดับเหมาะสม”
 
“แล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าดินยี่ห้อไหนควรใช้กับน้ำอะไร ก็ต้องมีการทดสอบดินก่อนที่จะนำมาใส่ในตู้ วิธีการทดสอบก็ง่ายๆ ให้นำแก้วมา 2 ใบ ใส่ดินที่ซื้อมาทั้ง 2 ใบประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ  ใบแรกนำน้ำRO มาใส้ลงไป ใบที่สองนำน้ำกรองธรรมดา มาใส่ลงไป ทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นวัดค่า pH ถ้าน้ำแก้วไหนมีค่า pH อยู่ในระดับ 6.1-6.5 ถือว่าเป็นระดับที่กุ้งอยู่แล้วมีความสุขที่สุด ถ้าค่า pH สูงกว่า 6.5 แม่กุ้งจะตั้งท้องยาก ถ้าค่า pH ต่ำกว่า 6.1 ลงไปมากๆ อยู่ในระดับเป็นกรดมาก ลูกกุ้งจะเกิดดี แต่แม่กุ้งจะตาย และลูกกุ้งก็จะโตช้า ดังนั้น ถ้าต้องการให้กุ้งอยู่อย่างมีความสุขก็ควรเลือกระดับค่า pH 6.1-6.5”
 
“ขอย้ำ อีกครั้งว่า ดินจะต้องมีความสัมพันธ์กับน้ำ ก่อนจะนำดินใส่ลงตู้จำเป็นต้องมีการทดสอบก่อน ถ้าดินกับน้ำเหมาะสมกัน ผู้เลี้ยงไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติมกับตู้ใบนั้นเลย เพียงแค่เซทระบบต่างๆ ให้สมบูรณ์ และปล่อยให้กุ้งอาศัยอยู่ในตู้โดยไม่ต้องไปรบกวนเขามากนัก เดี๋ยวแม่กุ้งก็จะให้ลูกเต็มตู้ สร้างความสุขให้เราได้เอง”
 
น้ำ RO กับ น้ำกรองธรรมดา อย่างไหนใช้เลี้ยงกุ้งดีกว่ากัน
 
“ตั้งแต่ ไหนแต่ไรมาการเลี้ยงกุ้งเรดบี มักจะคุ้นเคยกับน้ำ RO ปัจจุบันน้ำ RO ก็ยังใช้เลี้ยงกุ้งอยู่ เพียงแต่ปัจจุบัน ผู้ผลิตดินที่ใช้เลี้ยงกุ้งเรดบี มีการออกแบบดินให้เหมาะนำมาใช้กับน้ำกรองธรรมดา เพื่อเพิ่มทางเลือก และความสะดวกแก่ผู้เลี้ยง เพราะหากใช้น้ำ RO ผู้เลี้ยงจะต้องเติมแร่ธาตุต่างๆ ลงไป เนื่องจากน้ำ RO เป็นน้ำที่ผ่านระบบการกรองขั้นสูง ทำให้ได้น้ำที่มีความบริสุทธิ์มาก แร่ธาตุต่างๆ ขาดหายไปด้วย จึงต้องมีการเติมแร่ธาตุทดแทน แต่สำหรับน้ำกรองธรรมดา จะมีแร่ธาตุอยู่ในน้ำเพียงพอสำหรับกุ้งเรดบี ทำให้ผู้เลี้ยงแทบไม่ต้องเติมแร่ธาตุทดแทนหากไม่จำเป็น”
 
“แต่ การเลี้ยงกุ้งเรดบีด้วยน้ำกรองธรรมดา สำหรับมือใหม่ผมมองว่า เป็นเรื่องยาก และเสี่ยงไม่น้อย เพราะน้ำกรองธรรมดาบ้านเราระดับค่า pH ค่อนข้างสูง น้ำประปาเปิดผ่านก็อกน้ำค่า pH มักจะอยู่ที่ระดับ 7.2 ใช้อุปกรณ์กรองช่วยสามารถทำให้ค่า pH ลงมาอยู่ระดับ 5-6 กว่าๆ ได้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องธาตุเหล็ก และสนิม ที่มักปะปนอยู่ในน้ำประปาบ้านเรา  ซึ่งธาตุพวกนี้ทำให้กุ้งตายได้ ฉะนั้นสำหรับมือใหม่ ผมขอแนะนำให้เริ่มต้นด้วยน้ำ RO แล้วค่อยเติมแร่ธาตุทดแทน จะช่วยให้เสี่ยงน้อยลง เมื่อมีประสบการณ์มากพอแล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปใช้น้ำกรองธรรมดาเลี้ยงจะดีกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ฝากไว้เกี่ยวกับเรื่องน้ำคือ กุ้งเรดบีเป็นสัตว์ชอบน้ำเก่า ไม่ชอบน้ำใหม่”
 
 ที่มา http://www.fish-zone.com/view.php?id=97
ผมจะคอยติดตามบทความที่น่าสนใจของพี่บวรมีเรื่องดีๆเกี่ยวกับกุ้งเรดมีมาให้ติดตามชมอย่างแน่นอน (โปรดติดตามตอนต่อไป) 

บุรุษผู้เป็นตำนานแห่งวงการกุ้ง Red Bee เมืองไทย (ตอน 3)


บุรุษผู้เป็นตำนานแห่งวงการกุ้ง Red Bee เมืองไทย (ตอน 3)


    กลับมาติดตามเรื่องราวของบุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นตำนานแห่งวงการกุ้งเรดบีเมืองไทย "พี่บวร เรดบี"  ในตอนที่ 3 กันต่อ เรื่องราวในตอนนี้จะน่าสนใจอย่างไรบ้างนั้นอย่ารอช้า เชิญติดตามกันได้เลย
 
ความรัก และการสูญสีย คือจุดเริ่มต้น บวร เรดบี
 
     “จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงกุ้งเรดบีของ ผม เกิดมาจากความรัก และความสูญเสีย ความรักคือ รักภรรยา ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว วันหนึ่งผมพาครอบครัวไปเดินเล่นที่สวนลุมไนท์บาซาร์เดินผ่านร้านขายสัตว์น้ำ สวยงาม ภรรยาสะดุดตากับกุ้งตัวจิ๋วๆ สีสดใส คนขายบอกว่าเป็นกุ้งคริสตัลเรดเกิด ความอยากเลี้ยงเพราะชอบสีสันสวยงามของมัน จึงซื้อมาเลี้ยง 5 ตัว ราคายุคนั้นตกตัวละ 600 บาท ซื้อตู้เล็กๆ มาหนึ่งใบ ทรายลองพื้นอีกหนึ่งถุง รวมแล้วจ่ายเงินไปหกพันบาท ตอนนั้นผมเองก็ตกใจนะไม่คิดว่า กุ้งตัวเล็กๆ จะมีราคาแพงเกือบพันบาท ตัวมันเล็กมากจริงๆ กลับถึงบ้าน ผมพาลูกอาบน้ำเตรียมพักผ่อน ส่วนภรรยาก็จัดเตรียมตู้เลี้ยงกุ้งที่ซื้อมา ผ่านไปชั่วโมงกว่า หลังจากผมพาลูกเข้านอนแล้ว ก็มาหาภรรยาผมคิดว่าเขาคงนั่งชื่นชมกุ้งจนเพลิน แต่ปรากฎว่า ภรรยาผมนั่งน้ำตาซึม ผมก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ภรรยาบอกว่า กุ้งตายหมดแล้ว เขาเอากุ้งทั้ง 5 ตัว มาเรียงไว้บนกระดาษทิษชู ตอนนั้นผมงงมาก ว่าทำไม่มันตายง่ายอย่างนี้ ภรรยาเขารู้ว่าผมเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ เลยขอร้องให้ผมช่วยเลี้ยงกุ้งตัวจิ๋วๆ นี่ให้รอดเพื่อเขาหน่อย”
 
      “วันรุ่งขึ้น ผมกลับไปยังร้านที่ซื้อกุ้ง 5 ตัวนั้นมา ไปถามว่าทำไม่กุ้งชนิดนี้จึงตายง่าย เจ้าของร้านเขาคิดว่าผมเคยเลี้ยงมาก่อน จึงไม่ได้แนะวิธีเลี้ยงให้ เขาบอกว่าต้องมีการวัดค่า pH ต้องมีระบบกรองอย่างดี กุ้งจึงจะไม่ตาย เมื่อได้ข้อมูลอย่างนั้น ผมกลับมาบ้านพร้อมจัดการเซทตู้ใหม่ ทำระบบกรองอย่างดีเท่าที่จะทำได้ในยุคนั้น แล้วซื้อกุ้งคริสตัสเรดมาเลี้ยงใหม่ ปรากฏว่ากุ้งอยู่รอดข้ามวัน ดีใจกับภรรยาคิดว่า คงรอดให้เราได้ชื่นชมความสวยไปนานๆ แล้ว แต่พอผ่านไปไม่กี่วันกุ้งก็ทะยอยตายจนหมดตู้”
 
     “ผมค้นคว้าหาข้อมูลวิธีการเลี้ยงเพิ่มเติม ทำให้รู้ว่ากุ้งชนิดนี้ต้องเลี้ยงในอุณหภูมิ 25-26 องศาฯ ไม่รู้จะทำวิธีไหนให้อุณหภูมิน้ำเย็น เปิดแอร์บ้านช่วยอุณภูมิลงต่ำ  แต่พอปิดแอร์อุณหภูมิก็สูงขึ้น กุ้งเริ่มสีซีด ตัวไส ผมจึงคิดวิธีการนำพัดลมตัวเล็กๆ ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์มาดัดแปลงเป่าลงไปในตู้เพื่อช่วยเพิ่มความเย็น ก็ได้ผลในระดับหนึ่งแต่ยังไม่พอใจจึงพัฒนาพัดลมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้ได้ความเย็นมากขึ้น ปรากฏว่ากุ้งอยู่กันอย่างมีความสุข สีสันสวยงาม ออกลูกในตู้เลี้ยงเป็นพันตัว ทำให้เป็นที่รู้จักในแวดวงผู้เลี้ยงกุ้งแคระว่า  ผมเป็นคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จสามารถเพาะกุ้งได้เป็นพันตัวโดยใช้ระบบพัดล่มเป่า  ต้องบอกว่าเพราะ ด้วยความรักภรรยา และความสูญเสีย จึงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมเลี้ยงกุ้งแคระตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจริงๆ”
 
ก้าวสู่ความสำเร็จ เป็นตำนาน เพราะความอดทน ไม่ยอมแพ้
 
     “ปัจจัยสำคัญอย่างเดียวที่ทำให้ผมก้าวมาถึงวันนี้ได้คือ ความอดทนเท่านั้น ในช่วงที่สูญเสียกุ้งมากๆ เกิดความท้อ เพราะตอนนั้นผมพยายามทำทุกอย่าง ใครแนะนำอะไรมาทำตามทุกอย่าง แต่กุ้งยังตาย ภรรยาผมซึ่งเป็นคนขอให้ผมเลี้ยง ถึงกับบอกให้ผมเลิกล้มความตั้งใจ เพราะเห็นผมสูญเสีย เห็นผมเหนื่อยกับความพยายามจะเอาชนะกุ้งให้ได้”
 
     “ถ้าผมไม่คิดอะไรมาก ผมคงเลิกเลี้ยงไปตั้งนานแล้ว และก็คงไม่มีบวร เรดบีใน วันนี้ แต่ที่ไม่ยอมเลิก อดทน พยายามจนก้าวมาถึงวันนี้นั้น เพราะผมคิด ถึงบรรดากุ้งหลายๆ ตัวที่เราทำเขาตาย ผมมั่นใจว่า กุ้งมันไม่อยากตายหรอก มันก็อยากมีชีวิตอยู่รอดจนครบวงจรชีวิตของมัน แต่ที่มันต้องตาย เพราะเราไม่รู้วิธีการเลี้ยงเขาดีพอ ความคิดนี้แหละครับ ที่ทำให้ผมสู้ต่อ เพราะถ้าเลิก ณ เวลานั้น กุ้งที่ตายไปก็เหมือนไม่มีค่าชีวิตอะไรเลย ตรงนี้ผมรับไม่ได้ ต้องเลี้ยงเขาให้รอด ให้ออกลูก หลานให้ได้ จึงอดทนสู้ต่อจนมาถึงวันนี้ได้”
 
ผู้ทำให้กุ้งสโนว์ จากหลักหมื่น เหลือตัวละ 500!
 
    “หลังจากประสบความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งคริสตัสเรดแล้ว เป้าหมายต่อมาก็คือกุ้งสโนว์ ในยุคนั้นประมาณปี พ.ศ. 2548 ผมจำได้ดีว่า ราคากุ้งสโนว์คู่ หนึ่งแปดหมื่นบาท ตกใจมาก กุ้งตัวเล็กนิดเดียวราคาเกือบแสน แล้วใครจะมีกำลังซื้อไปเลี้ยงได้ ต่อให้สวยแค่ไหน อยากเลี้ยงมากแค่ไหน แต่ด้วยราคาขนาดนั้นเลี้ยงแล้วคงมีแต่ความทุกมากกว่าความสุข ผมจึงคิดในใจขณะนั้นเลยว่า ต้องทำให้กุ้งสโนว์ราคาถูกลงมาให้ได้ เพื่อให้คนรักกุ้งทุกคนสามารถซื้อไปเลี้ยงได้”
 
      “ผมจึงสั่งซื้อพ่อ-แม่พันธุ์กุ้งสโนว์จาก สิงคโปร์มาทำการเพาะ ด้วยประสบการณ์ที่เรามีมากขึ้นจากการลองผิดลองถูกกับกุ้งคริสตรัสเรดมาก่อน ทำให้ผมสามารถเพาะเลี้ยงกุ้งสโนว์จนได้จำนวนกุ้งมาก ผมตัดสินใจขายกุ้งสโนว์ที่เพาะได้ในราคาขั้นต่ำห้าร้อยบทต่อตัว หลายคนมองว่าผมทำให้ตลาดกุ้งสโนว์เสีย ซึ่งก็ขอยอมรับ และต้องขอโทษด้วย แต่ในอีกมุมหนึ่งผมก็ได้ทำให้คนรักกุ้งทุกคนได้มีความสุขกับการเลี้ยงกุ้ง สำหรับผมแล้วความสุขตรงนี้มันมีค่ามากกว่าตัวเงินนะ”
 
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ที่มา http://www.fish-zone.com/view.php?id=65

บุรุษผู้เป็นตำนานแห่งวงการกุ้ง Red Bee เมืองไทย (ตอน 2)

มาติดตามตอนต่อไป ของเรื่องราวบุคคลผู้ได้ชื่อว่า เป็นตำนานผู้รู้จริงแห่งวงการกุ้งเรดบีเมืองไทย คุณณัฐพัชญ์ ประทีปสินธุ์ หรือในอีกนามหนึ่งที่ในแวดวงกุ้ง Red Bee รู้จักเป็นอย่างดี...บวร เรดบี นั่นเอง
 
         เมื่อ ตอนที่แล้ว เราได้ทราบกันไปแล้วว่า กว่าจะมาเป็นบวรเรดบี ที่ได้รับการยอมรับในทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย สำหรับตอนนี้ มาติดตามกันว่า เพราะอะไรพี่บวร เรดบีถึงกว้ามาถึงจุดนี้ได้
 
ก้าวสู่ความสำเร็จ เป็นตำนาน เพราะความอดทน ไม่ยอมแพ้
 
    "ปัจจัย สำคัญอย่างเดียวที่ทำให้ผมก้าวมา ถึงวันนี้ได้คือ ความอดทนเท่านั้น ในช่วงที่สูญเสียกุ้งมากๆ เกิดความท้อ เพราะตอนนั้นผมพยายาม ทำทุกอย่าง ใครแนะนำอะไรมาทำตามทุกอย่าง แต่กุ้งยังตาย ภรรยาผมซึ่งเป็นคนขอให้ผมเลี้ยง ถึงกับบอกให้ผมเลิกล้มความตั้งใจ เพราะเห็นผมสูญเสีย เห็นผมเหนื่อยกับความพยายามจะเอาชนะกุ้งให้ได้”

 
    “ถ้าผมไม่คิดอะไรมาก ผมคงเลิกเลี้ยงไปตั้งนานแล้ว และก็คงไม่มีบวร เรดบีในวันนี้ แต่ที่ไม่ยอมเลิก อดทน พยายามจนก้าวมาถึงวันนี้นั้น เพราะผมคิด ถึงบรรดากุ้งหลายๆ ตัวที่เราทำเขาตาย ผมมั่นใจว่า กุ้งมันไม่อยากตายหรอก มันก็อยากมีชีวิตอยู่รอดจนครบวงจรชีวิตของมัน แต่ที่มันต้องตาย เพราะเราไม่รู้วิธีการเลี้ยงเขาดีพอ ความคิดนี้แหละครับ ที่ทำให้ผมสู้ต่อ เพราะถ้าเลิก ณ เวลานั้น กุ้งที่ตายไปก็เหมือนไม่มีค่าชีวิตอะไรเลย ตรงนี้ผมรับไม่ได้ ต้องเลี้ยงเขาให้รอด ให้ออกลูก หลานให้ได้ จึงอดทนสู้ต่อจนมาถึงวันนี้ได้”

 
ฝากเตือนจากใจ มือใหม่ต้องสั่งสมประสบการณ์
 
   “สิ่งที่ผมย้ำเตือนกับทุกๆ คนที่ได้พูดคุยกัน ไม่ว่าจะช่องทางไหนคือ เรื่องประสบการณ์ ผมขอย้ำอีกครั้งเลยว่า ใครก็ตามที่คิดจะเลี้ยงกุ้งเรดบี หรือ เพิ่งเริ่มต้นเลี้ยง ประสบการณ์สำคัญที่สุด ทุกวันนี้ผมจะขายกุ้งให้ใครสักคน ผมจะเลือกลูกค้าที่มีประสบการณ์ ผมจะสัมภาษณ์ลูกค้าที่ต้องการซื้อกุ้งผมว่า เคยมีประสบการณ์เลี้ยง กุ้งมาแล้วกี่ปี เคยผ่านอะไรมาบ้าง ถ้าไม่มีประสบการณ์ หรือ ยังมีประสบการณ์น้อยๆ ผมจะไม่ขายกุ้งให้ ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่ผมต้องการให้กุ้งของผมไปอยู่ในมือคนเลี้ยงที่มีประสบการณ์ เลี้ยงอย่างเข้าถึง เข้าใจ เลี้ยงแล้วกุ้งมีโอกาสรอดปลอดภัยสูง ผมไม่สนใจตัวเงินหรอก ผมให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของกุ้งมากกว่า ถ้าต้องการซื้อกุ้งผม แต่ยังไม่มี ประสบการณ์ มาเลยครับ มาหาผม มานั่งคุยกัน ผมยินดีสอนทุกอย่าง มาเป็นเพื่อนกันก่อน เรื่องกุ้งใจเย็นๆ ผมไม่ต้องการให้คนที่ซื้อกุ้งไปเลี้ยงเจอประสบการณ์ซื้อกุ้งแพงๆ ไปเลี้ยงแล้วกุ้งตาย สุดท้ายเดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด”

 
   “สำหรับนักเลี้ยงมือใหม่แนะนำให้เริ่มต้นจากกุ้งเรดบีเกรดธรรมดาที่สุดก่อน ไม่ต้องสนใจกระแสว่าต้องเลี้ยงกุ้งเรดบีเกรดสูงๆ ขอให้มั่นใจตัวเอง ตั้งแนวคิดว่าภายในกี่วัน กี่เดือน หรือ กี่ปี เราจะต้องเป็นนักเลี้ยงกุ้งเรดบีที่ประสบความสำเร็จให้ได้  และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เริ่มจากซื้อกุ้งเรดบีเกรดต่ำๆ ราคาไม่แพงมาเลี้ยงเอาประสบการณ์ ศึกษาเรียนรู้วงจรชีวิต พฤติกรรมของกุ้ง ถ้าเกิดความสูญเสียจะได้ไม่ท้อมากนัก  แต่ถ้าเริ่มจากกุ้เราคาแพงๆ สูญเสียขึ้นมาแล้วจะท้อได้ง่าย หมดกำลังใจ ในที่สุดก็มองภาพเรคบีไม่ดี ผมไม่อยากให้เกิดความรู้สึกนั้นขึ้น”

 
    “บางคนเริ่มต้นด้วยตู้ขนาดใหญ่ ลงทุนติดตั้งอุปกรณ์อย่างดี ซื้อกุ้งเป็นฝูง สุดท้ายกุ้งตายหมด เพราะอะไร เพราะขาดประสบการณ์ ผมขอย้ำว่า เริ่มแรกไม่ต้องตู้ใหญ่โตหรอก ตู้เล็กๆ ติดตั้งระบบเล็กๆ เหมาะสมกับตู้ ซื้อกุ้งราคาไม่แพง ตู้ใบนั้นก็ดูสวยงามได้ มันขึ้นอยู่กับใจเรา ความคิดของเราเองการไปเริ่มต้นด้วยกุ้งเกรดสูงๆ ราคาแพงๆ มันสร้างความเครียดให้กับผู้เลี้ยง ยิ่งผู้เลี้ยงมีประสบการณ์น้อยๆ ยิ่งอันตรายมาก เพราะไม่เข้าใจเกี่ยวกับวงจรชีวิตของกุ้งดีพอ ยังไม่รู้ความต้องการของกุ้ง กุ้งเรดบีแค่ค่า pH เปลี่ยนเล็กน้อยกุ้งก็ตายได้”

ที่มา http://www.fish-zone.com/view.php?id=48